
มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยที่บอกว่า “ไม่ต้องทำ 3D ก็ได้ เริ่มงานเลยดีกว่า เสียเวลา” ซึ่งเป็นความเข้าใจที่น่าเห็นใจมากครับ เพราะดูเหมือนว่าจะประหยัดเวลาได้ แต่ในความเป็นจริง การข้ามขั้นตอนนี้คือสาเหตุที่ทำให้หลายโปรเจกต์จบลงด้วยความผิดหวัง
ภาพ 3D คืออะไร และทำทำไม
ภาพ 3D ในงานออกแบบตกแต่งภายในคือการสร้างห้องหรือพื้นที่ขึ้นมาจำลองในคอมพิวเตอร์ก่อนที่จะมีการก่อสร้างหรือติดตั้งอะไรจริงๆ ทำให้ทั้งลูกค้าและทีมออกแบบเห็นภาพเดียวกัน ในสัดส่วนเดียวกัน ก่อนที่เงินและเวลาจะถูกใช้ไปจริง เปรียบได้กับการลองชุดก่อนตัดครับ ไม่มีใครสั่งตัดชุดแต่งงานโดยไม่ลองก่อนเลย เพราะถ้าผิดพลาดแก้ยาก แต่ในงานตกแต่งบ้านที่แพงกว่ามหาศาล คนจำนวนมากกลับยอมข้ามขั้นตอนนี้
สิ่งที่ 3D บอกได้ที่รูปในอินเทอร์เน็ตบอกไม่ได้
รูปบ้านสวยในอินเทอร์เน็ตเป็นบ้านคนอื่นครับ มีพื้นที่ต่างกัน ทิศทางแสงต่างกัน ความสูงเพดานต่างกัน และสัดส่วนของทุกอย่างต่างกันจากบ้านเรา เมื่อนำแนวคิดนั้นมาทำ 3D ในพื้นที่จริงของเรา จะเห็นทันทีว่าผลลัพธ์ที่ได้จะเหมือนรูปต้นแบบหรือเปล่า สิ่งที่พบบ่อยคือ ตู้ที่ดูพอดีในรูป อาจทำให้ห้องดูอึดอัดในพื้นที่จริง สีที่ดูสวยในรูปถ่าย อาจให้ความรู้สึกต่างออกไปมากเมื่อรับแสงธรรมชาติจริงในบ้านเรา เฟอร์นิเจอร์ที่ดูเข้ากันในรูป อาจไม่เข้ากันเลยในสัดส่วนห้องจริง
แก้ใน 3D ฟรี แก้หลังทำเสร็จแล้วแพงมาก
นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดของเรื่องนี้ครับ การแก้ไขใน 3D ไม่มีต้นทุนวัสดุ ไม่มีค่าแรงช่าง ไม่เสียเวลาหน้างาน เปลี่ยนสีได้ทันที เพิ่มหรือลดชิ้นงานได้ทันที ปรับสัดส่วนได้ตามต้องการ แต่ถ้าพบว่าไม่ชอบหลังจากที่ติดตั้งเสร็จแล้ว ต้นทุนในการแก้ไขอาจเท่ากับหรือมากกว่างบที่ใช้ทำงานชิ้นนั้นไปแล้ว
กระบวนการ 3D ที่ดีควรเป็นแบบไหน
ไม่ใช่แค่การ Render ภาพสวยๆ ส่งให้ดูครั้งเดียวแล้วจบ กระบวนการที่ดีควรเป็นแบบสองทาง ลูกค้าดูแล้วมีความเห็น แก้ไข ดูอีกรอบ จนกว่าทั้งสองฝ่ายเห็นภาพตรงกันจริงๆ และลูกค้าพร้อมอนุมัติด้วยความมั่นใจ ไม่ใช่ด้วยความคาดหวังที่ยังไม่ชัดเจน ที่ Vibe Design Studio 456 ทุกโปรเจกต์จะผ่านการทำภาพ 3D ก่อนเริ่มผลิตทุกครั้ง เพราะเราเชื่อว่าความเข้าใจที่ตรงกันตั้งแต่ต้นคือรากฐานของงานที่ออกมาดีและลูกค้าพอใจจริงๆ
กำลังวางแผนตกแต่งบ้าน คอนโด หรือออฟฟิศอยู่ไหมครับ ทีม Vibe Design Studio 456 พร้อมเริ่มตั้งแต่การทำภาพ 3D จนถึงส่งมอบงานพร้อมรับประกัน
